Webboard
www.asawannhotel.com > สถานที่ท่องเที่ยว > พระธาตุปู่ขาว บ้านหัวหาด ต.บ้านเดื่อ อ.เมือง จ.หนองคาย
  ผู้เขียน
 หัวข้อ : พระธาตุปู่ขาว บ้านหัวหาด ต.บ้านเดื่อ อ.เมือง จ.หนองคาย (อ่าน 5760)   
Webmaster
Admin
songpol152@hotmail.com
เมื่อ 28 กรกฎาคม 2556 16:20 น.
พระธาตุปู่ขาว บ้านหัวหาด ต.บ้านเดื่อ อ.เมือง จ.หนองคาย
วรวงศ์ ติหะปันโย (อ้างอิงอาจารย์เกษม กุลเสน)
Guest
worawong999@hotmail.com
ตอบ # 1 เมื่อ 8 พฤศจิกายน 2556 22:57 น. [แจ้งลบ]
วรวงศ์ ติหะปันโย (อ้างอิงอาจารย์เกษม กุลเสน)
Guest
worawong999@hotmail.com
ตอบ # 2 เมื่อ 8 พฤศจิกายน 2556 22:59 น. [แจ้งลบ]
ตำนานพระธาตุขาว (พระธาตุบูชารัก)
ประวัติความเป็นมา (จากหนังสือ ดอกฟ้าจำปาศักดิ์ ประพันธ์โดยหลวงวิจิตรวาทการ)
ครั้งนั้นนครจำปาศักดิ์ ยังคงเป็นแผ่นดินของไทย ราชธิดาแห่งนครจำปาศักดิ์ เป็นเจ้าหญิงที่แสนสวย มีชายหนุ่มหลงรักใคร่ชอบพอเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญคือเจ้าฟ้าชายพระองค์หนึ่งและชายหนุ่มสามัญชนชื่อ จงรัก เจ้าฟ้าชายเป็นคนอ่อนแอ ขี้ขลาด และเห็นแก่ตัว จากการศึกษาจิตใจกันเป็นเวลานานพิจารณาแล้วเห็นว่า ชายจงรักเป็นคนดี จึงได้ยินยอมและตกลงรับรักกับชายหนุ่มคนนั้น ส่วนเจ้าชายก็พยายามที่จะทำให้เจ้าหญิงรักโดยมิได้ท้อถอย ต่อมาได้เกิดสงครามแย่งชิงนครจำปาศักดิ์ เจ้าฟ้าชายได้ขอความช่วยเหลือไปยังกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าเมืองจำปาศักดิ์ได้อพยพเข้ามาอยู่ฝั่งไทย เมื่อสงครามสิ้นสุดลง เจ้าฟ้าหญิงจึงได้ขออนุญาตเจ้าอนุวงศ์เพื่อออกติดตามหาพระราชบิดาและพระราชมารดา โดยให้เสนาบดีและทหารร่วมเดินทาง ๑๐๐ ม้า (เหตุการณ์ครั้งนั้นได้เกิดขึ้นราวปี พ.ศ.๒๓๗๕) เสนาบดีชื่อ ภักดี เป็นผู้ร่วมเดินทางไปด้วย และรับอาสาออกติดตามพระราชบิดาให้ ขณะเดินทางรอนแรมมาเป็นเวลานาน ด้วยความใกล้ชิดสนิทสนม เป็นธรรมดาด้วยความเห็นอกเห็นใจจึงทำให้เสนาบดีภักดี ก็เกิดความรักต่อนางขึ้น พอเดินทางมาถึงหาดทรายแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้เมืองโพนพิสัยมองเห็นไฟพอริบหรี่ (บ้านปากสวยคือเมืองโพนพิสัยในอดีต จากการศึกษาค้นคว้าของนักโบราณคดี วิทยาลัยครูอุดรธานี) จึงหยุดพักและลงสรงน้ำด้วยกันตามธรรมดาหนุ่มสาวคงเป็นที่สนุกสนานหยอกล้อจับมือถือแขนเป็นธรรมดา เสนาบดีภักดีจึงได้สารภาพรักกับเจ้าฟ้าหญิง เจ้าฟ้าหญิงได้ปฏิเสธ และบอกแก่เสนาบดีว่าเท่านี้ก็พอแล้ว ด้วยความผิดหวังและเสียใจ เสนาบดีภักดีจึงใช้มีดแทงคอตัวเองตายเอาเลือดบูชารัก ณ หาดทรายแห่งนั้น นำศพไปเผาและก่อพระธาตุครอบกระดูกเอาไว้ริมฝั่งโขงแห่งนั้น ต่อมาทางนครเวียงจันทร์จึงได้ส่งคนออกติดตามและได้มาพบพระธาตุขาวตั้งอยู่กลางป่าซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก กว้าง ๓ เมตร สูงประมาณ ๖ เมตร ตั้งอยู่บริเวณวัดศิริวาลุกาลัยก่อนที่ชาวบ้านหัวหาดที่จะอพยพเข้ามาอยู่หมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งเรียกว่าบ้านธาตุขาว และองค์พระธาตุได้พังลงเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๖ และวิทยาลัยเทคนิคหนองคายได้มาก่อสร้างพระธาตุองค์ใหม่ครอบองค์เดิมและบรรจุสารีริกธาตุ ตั้งเด่นเป็นสง่าจนทุกวันนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบรมราชินีนาถซึ่งมีพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษาและการยกฉัตรองค์พระธาตุในวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๕ แต่องค์พระธาตุยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ยังคงเหลือกำแพงขอบแก้วรอบองค์พระธาตุ จึงขอเชิญท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้ร่วมเป็นเจ้าภาพและบริจาคตามกำลังศรัทธา ดังคำโบราณกล่าวไว้ว่า บุคคลใดขุดน้ำบ่อ ก่อศาลา สร้างวัดสร้างพระธาตุและโรงเรียน จะได้บุญกุศล ๑๐๐ กัปแล (1 อายุกัปของมนุษย์ ประมาณ 100 ปี)
ปาฏิหาริย์ขององค์พระธาตุ
๑.กลางคืนวันเพ็ญ ๑๕ ค่ำ จะปรากฏเห็นแก้วเสด็จคล้ายดาวหางเป็นแสงสว่างออกจากองค์พระธาตุ
๒.ประชาชนผู้เดือดร้อนมักจะมาบนขอให้อยู่เย็นเป็นสุข ขอกรวดทราย นปข.ทำปีนตกน้ำ บนแล้วดำน้ำครั้งเดียวได้กลับคืน
๓.วันที่พระธาตุพังทลายนั้น เสียงดังสนั่นคลืน ได้ยินพร้อมกันทั่วบ้าน ทั้งๆที่องค์พระธาตุเล็กเพียงนิดเดียว คล้ายเป็นอาณัติสัญญาณให้ทุกคนได้รู้ทั้งหมู่บ้าน






วรวงศ์ ติหะปันโย (อ้างอิงอาจารย์เกษม กุลเสน)
Guest
worawong999@hotmail.com
ตอบ # 3 เมื่อ 8 พฤศจิกายน 2556 23:01 น. [แจ้งลบ]
ประวัติพระธาตุขาว (พระธาตุบูชารัก)
พระธาตุขาว เป็นชื่อของพระธาตุซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าคู่บ้านหัวหาด ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดศิริวาลุกาลัย บ้านหาดเจริญหมู่ที่ ๑๒ เป็นพระธาตุเก่าแก่ตั้งคู่กับวัด ก่อนที่ประชาชนจะอพยพเข้ามาอยู่และก่อตั้งเป็นบ้านหัวหาด
ลักษณะและขนาดขององค์พระธาตุ
พระธาตุองค์เดิม มีฐานกว้าง ๓ เมตร สูง ๖ เมตร
พระธาตุองค์ปัจจุบัน มีฐานกว้าง ๔ เมตร สูง ๒๐ เมตร
พระธาตุขาว เป็นพระธาตุเก่าแก่บรรจุของมีค่ามาตั้งแต่โบราณ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๖ พระธาตุองค์เดิมเกิดชำรุดทรุดโทรม ผุพังทลายไปตามสภาพกาลเวลา ชาวบ้านจึงได้บูรณะทำการซ่อมแซมและได้ทำการจ้างช่างมาก่อสร้างครอบพระธาตุองค์เก่า ปรากฏว่าได้ประมาณ ๓ เมตรเศษ จึงเกิดพังทลายลงมาอีก ชาวบ้านจึงได้ติดต่อไปยังวิทยาลัยเทคนิคหนองคาย ทางวิทยาลัยจึงได้มอบหมายให้ อาจารย์นิพัทธ์ สุขกระโทก พร้อมคณะครูอาจารย์และนักศึกษาแผนกก่อสร้าง ได้มาสร้างพระธาตุองค์ใหม่ครอบพระธาตุองค์เก่า ซึ่งเห็นอยู่ในปัจจุบันนี้เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๒๗ ต่อมาชาวบ้านจึงได้จ้างช่างมาทำการฉาบปูนจนแล้วเสร็จ
ปี พ.ศ.๒๕๓๔ อาจารย์นิพัทธ์ สุขกระโทก ได้ออกแบบจำลองลายจากองค์พระธาตุพนม โดยจ้างช่างแพงและคณะทำการหล่อลาย และลงสีทองคำของฮาร์โต้ส่วนช่วงล่างขององค์พระธาตุยังไม่แล้วเสร็จ จึงจ้างช่างทองสมุทร ทัดพรม ช่างธรรมนูญ ชานุบาล ทำต่อ และมอบหมายให้อาจารย์ยอดเพชร ธรรมฤทธิ์ อาจารย์เกษม กุลเสน อาจารย์ใหญ่โรงเรียนชุมชนบ้านพวกเป็นผู้ออกแบบลาย เขียนลาย และแกะสลักลายบานประตูพร้อมกับควบคุมการก่อสร้างโดยตลอด ซึ่งมีนายฮอง เหมพลเทพ นายตอง เทศศรีเมือง นายสุข เพชราช นายน้อย ธรรมฤทธิ์ จนแล้วเสร็จ
งบประมาณในการก่อสร้าง โดยความร่วมมือบริจาค ของชาวบ้านบ้านหัวหาดและบ้านใกล้เคียงจัดทำบุญผ้าผ่า กฐิน บุญมหาชาติ คณะผ้าป่ากรุงเทพฯ-หนองคาย ผ้าป่าสิงคโปร์-บรูไน ซึ่งเป็นตัวแทนลูกหลานบ้านหัวหาดได้จัดมาสมทบสนับสนุน ตลอดถึงศรัทธาสมทบจากวิทยาลัยเทคนิคหนองคาย นอกจากนั้น อาจารย์นิพัทธ์ สุขกระโทก ได้จัดทำยอดฉัตรองค์พระธาตุ ซึ่งมีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคแผ่นทองเหลือ ทองคำเปลว ทองคำเปลวลงรักปิดทองและชุดสายล่อฟ้า รวมงบประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท




Reply ตอบกลับกระทู้

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

    แนบไฟล์ :
(ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB.)
    ผู้เขียน : *
    E-mail : *
 ไม่ต้องการแสดง E-mail
    รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป
Copyright by www.asawannhotel.com
Asawann Hotel 9 Moo 10 Phochai Subdistrict, Maung, Nongkhai 43000
Tel. 042-421544-6 Fax.042423099 Mobile : 0885578481, 0885578482
E-mail : phonphiphat@jianginter.com , sale_hotel@asawann.com
Engine by MAKEWEBEASY